วิธีขอพรพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์พระพุทธรูป ให้สัมฤทธิ์ผล!!

วิธีขอพรพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์พระพุทธรูป ให้สัมฤทธิ์ผล!!

วิธีขอพรพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์พระพุทธรูป ให้สัมฤทธิ์ผล!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เรื่องที่สำคัญที่สุด ก็คือ "พลังจิต" เพราะพลังจิตที่กล้าแกร่งมีสมาธิเป็นหนึ่งเดียวนั่นคือ แรงส่งมหาศาล ที่จะนำแรงสัจจะอธิษฐานในการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ได้ผลตามที่มุ่งหวัง ซึ่งขอให้เข้าใจเสียก่อนว่า พลังจิตที่เราใช้เป็นแรงส่งหรือเชื่อมกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ เป็นเพียงพลังส่งการไปขอพร ขออำนาจบุญบารมีจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สำหรับในทางพลังของสิ่งศักดิ์สิทธ์ จะสถิตกับองค์พระพุทธรูป เจดีย์องค์พระสถูป หรือสิ่งก่อสร้างใดๆ ก็ตาม จะเริ่มจากจิตบริสุทธิ์ของผู้สร้าง หรือคนสร้าง ถ้าผู้สร้างเป็นระดับพรหม เทพ เทวดา ก็จะมีพลังมากเพราะท่านเป็นผู้มีบุญมากกว่ามนุษย์ เรียกว่ายิ่งผู้สร้างนั้นมีบุญมากเท่าใด พลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์นั้นก็จะยิ่งมากตามไปด้วย เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นพระอรหันต์ เป็นพระอริยสงฆ์ก็จะยิ่งมากขึ้นด้วย ถ้าเป็นผู้มีบุญก็จะยิ่งมากกว่าคนธรรมดา

พลังที่เพิ่มเป็นส่วนที่สอง เพิ่มขึ้นด้วยจิตบริสุทธิ์ ด้วยบุญบารมีและการไหว้สักการะของคนที่มากราบไหว้ ด้วยจิตที่บริสุทธิ์มารวมกันเป็นจำนวนมาก และปวงพรหมเทพเทวา ท่านลงมาร่วมอนุโมทนาในบุญนั้น และที่สำคัญท่านจะช่วยปกปักรักษาองค์พระพุทธรูปที่บรรจุบุญบารมีนั้นไว้ตามอายุขัยของพรหมเทพเหล่านั้น

พระพุทธรูปนั้น ถ้าไม่มีการสักการบูชา ก็เป็นเพียงก้อนหิน ก้อนเหล็กธรรมดาเท่านั้น พลังที่เพิ่มขึ้นเป็นส่วนที่สาม มาจากมนต์คาถาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ทุกอักษรนั้นมีพลังอำนาจบรรจุอยู่ ทุกบทสวดนั้นเป็นสิ่งที่ดี สวดแล้วดี สวดแล้วเป็นมงคลส่วนเรื่องการบนบานที่คนทั่วไปเมื่อไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นการขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย เมื่อสำเร็จแล้วมีการให้สิ่งตอบแทน ถือว่าติดสินบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เรื่องนี้ไม่แนะนำให้ทำ แต่แนะนำให้ตั้งจิตปรารถนา (อธิษฐาน) ให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ ที่สำคัญเมื่ออธิษฐานแล้วต้องสร้างเหตุให้ตรงกับที่อธิษฐานไว้เมื่อใดที่เหตุปัจจัยลงตัว สิ่งที่อธิษฐานจะสัมฤทธิ์ผลแล้วไม่ การตั้งจิตอธิษฐานนั้น เหมือนการล็อคเป้าหมายที่เราอยากได้ อยากเป็น อยากมี ซึ่งเป็นผลและยังไม่เกิด สิ่งที่ทำให้เกิดนั้น คือ เหตุ ที่มาจากการทำกรรมดี เมื่อถึงเวลาส่งผลนั้นจะทำให้คนผู้นั้นได้รับในสิ่งที่ตนเองปรารถนา ขอให้เข้าใจก่อนว่า การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ท่านจะช่วยอวยพร ให้พรแก่ผู้ทำกรรมดีเท่านั้น ช่วยดลใจให้ทำกรรมดี

เพื่อให้ผลนั้นออกมาเร็วตามที่ใจปรารถนา ไม่ได้สั่งให้กรรมดีนั้นออกผลเร็ว เพราะกรรมนั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีอำนาจพอจะสั่งได้ สิ่งที่สั่งและควบคุมไว้คือ กฎแห่งกรรม ที่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎ ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว และทั้งกรรมดีและไม่ดีจะส่งผลเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ควรบูชาพระคุณของพระพุทธเจ้า ด้วย อามิสบูชา (ดอกไม้ ธูป เทียน ฯลฯ) และจะเป็นการบูชาที่ดีที่สุด ต้องบูชาด้วยการปฏิบัติบูชา คือ บูชาด้วยการปฎิบัติ ให้ทาน ถือศิล ภาวนารวมทั้งการทำความดีต่างๆโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

การกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างถูกต้อง และขอพึ่งบุญท่านดลบันดาลให้สัมฤทธิ์ผลได้ดังใจปรารถนา

การกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้บรรลุผลนั้น เกือบทุกท่านที่กราบไหว้ มักจะบนบานหรือพยายามติดสินบนแทนที่จะไปขอพร ขอบุญบารมีจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ท่านช่วยเหลือซึ่งเรื่องนี้ต้องเข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้องแล้วท่านจะได้พรจากท่าน ได้บุญมาเพิ่มเพื่อให้ท่าน ได้มีบุญมากพอที่จะผ่านวันเวลาและเรื่องที่ร้ายๆ ในชีวิตไปได้ การขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดลบันดาลให้ประสบความสำเร็จนั้น ต้องขออย่างมีสติ ต้องประกาศตัวเองก่อนว่าเราคือใคร มีศีลอะไร มีความดีอะไร ด้วยความดีเหล่านั้น ก็ขอให้เป็นกำลังใจให้เราสร้างความดีต่อไป

การขอพรนั้นเป็นสิ่งที่ดีขอได้ทุกโอกาสและขอได้กับเทพหรือเทวดาทุกองค์ หรือแม้แต่พระพุทธรูปก็ตาม เมื่อปฏิบัติดีอยู่ในศีลด้วยความดี ตั้งใจมั่นศรัทธา ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นกับเรา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook