ดูดวง ดวงความรัก ทํานายฝัน เซียมซี กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี ปีชง 2561 ศีล 5 พระเครื่อง ดูทีวี ดูดวง 2561 ปฏิทิน 2561

ดูดวง

เมนู

ความรู้เรื่องการดูดวงโอเรกุรัม

| เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 1

จาก Internet สนับสนุนเนื้อหา

โอเรกุรัมเป็นศาสตร์เก่าแก่ของชาวยิปซี ที่มีความต่างในการทำนายแต่แฝงไว้ด้วยความแม่นยำ

คืออะไร ชื่อก็แปลกแต่บางคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง วันนี้ Sanook! Horoscope เราเรื่องราวของศาสตร์การดูดวงที่เรียกว่า "โอเรกุรัม"  มาฝากกันค่ะ

โอเรกุรัม คือ ศาสตร์การดูดวงอย่างหนึ่งซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมานาน โอเรกุรัม เป็นศาสตร์เก่าแก่ของชาวยิปซี ซึ่งดั้งเดิมนั้นถูกถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะเป็นภาษาไทยและได้เผยแพร่ในตำราพรหมชาติ ฉบับหลวง โดย ลูก ส.ธรรมภักดี (ตำราโอเรกุรัม) และอีกหลายสำนัก

โอเรกุรัมมีผู้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอันเนื่องมาจาก ความแม่นยำในคำพยากรณ์ และเอกลักษณ์เฉพาะของตำราโอเรกุรัมที่สามารถพยากรณ์ตามคำถาม 32 ข้อ รวมทั้งมีขั้นตอนที่ง่ายไม่ซับซ้อน ผู้ขอคำทำนายเลือกคำถามได้ตามต้องการ และคำทำนายจะสรุปเป็นข้อความสั้นๆ เข้าใจง่าย

ดูดวงโอเรกุรัมดูดวงโอเรกุรัม

การพยากรณ์แบบปรกติตามตำราโอเรกุรัม จะตั้งสมาธิตั้งจิตอธิฐานถึงคำถาม แล้วใช้ดินสอหรือปากกา ขีดเส้นในกระดาษ 5 แถว แถวละกี่ขีดก็ได้ ห้ามนับจำนวน ขีดไปเรื่อยๆจนพอใจ ทีละแถวจนครบ 5 แถว แล้วให้จับคู่ทีละแถว หากจำนวนขีดเป็นจำนวนคู่พอดีให้ใส่เครื่องหมาย 00 หากเป็นจำนวนคี่ให้ใส่เครื่องหมาย X แล้วให้ตรวจดูที่เครื่องหมาย ในตารางที่ทำนายว่าตรงกับอักษรกลุ่มใด

การทำนายแต่ละครั้งเกิดจากจำนวนขีดที่ไม่ได้นับของแต่ละแถว ไม่ได้เกิดจากการสุ่มโดยโปรแกรม ดังนั้น ความเป็นไปได้หากคำถามเดิม จำนวนขีดแต่ละแถวเท่าเดิม คำตอบก็จะเหมือนเดิม ทั้งนี้ ในตำราโอเรกุรัม จะมี 32 คำถาม แต่ละคำถามจะมีคำทำนายอยู่ 32 คำทำนายที่แตกต่างกัน รวมทั้งหมด 1,024 คำทำนาย

โอเรกุรัม ถือเป็นการดูดวงแบบเสี่ยงทาย แตกต่างจากการทำนายแบบคำนวณวันเดือนปีและเวลาเกิด การดูดวงแบบเสี่ยงทายทุกแบบเช่น เซียมซี , ไพ่ยิปซี , ลูกเต๋า หรืออื่นๆ จะใช้สมาธิจิตสื่อถึงเครื่องมือ ซึ่งในที่นี้คือ โอเรกุรัม การเสี่ยงทายแต่ละครั้งผลอาจไม่เหมือนกัน ความแม่นยำของคำทำนายขึ้นอยู่กับความตั้งใจและสมาธิจิตขณะนั้น ดังนั้นการตั้งจิตอธิษฐานและสมาธิจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด

>>>เตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องไปดูดวง คลิก!


ขอบคุณข้อมูลจาก www.bloggang.com
ขอบคุณภาพประกอบจาก Thinkstockphotos.com

Sanook.commenu