ดูดวง ดวงความรัก ทํานายฝัน เซียมซี กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี ปีชง 2560 ศีล 5 พระเครื่อง ดูทีวี ฟังเพลง ปฏิทิน 2560

ดูดวง

เมนู

อุปกรณ์ในการแก้ฮวงจุ้ย

| เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 7

กระจกหัวสิงห์,น้ำเต้า,สิงห์คู่,กระดิ่งลม เป็นอุปกรณ์ในการแก้ฮวงจุ้ย ที่เราคุ้นเคยกันดีที่สามารถแก้ฮวงจุ้ยผิดได้


กระจกหัวสิงห์,น้ำเต้า,สิงห์คู่, กระดิ่งลม..ฯลฯ.. "เป็นอุปกรณ์ในการแก้ฮวงจุ้ย ที่เราคุ้นเคยกันดี การแก้ไขฮวงจุ้ยที่เสีย ความจริงแล้วมีวิธีการหลากหลายด้วยกันแต่อุปกรณ์ เหล่านี้แก้ฮวงจุ้ยได้จริงหรือ..?

อุปกรณ์ในการแก้ฮวงจุ้ย


อุปกรณ์เหล่านี้แก้ฮวงจุ้ยได้จริงหรือ..?  
นี่เป็นคำถามที่มักถูกถามอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆที่หันมาศึกษาวิชาฮวงจุ้ย เพราะหลายคนมองว่าดูไม่ค่อยจะมีเหตุผลสักเท่าไหร่

การใช้กระจกหัวสิงห์ (ยันต์โปวก่วย)อันเดียว สามารถแก้ไขได้สารพัดปัญหา เช่น แก้ถนนพุ่งชนบ้านได้ (ทางสามแพร่ง) แก้จั่วสามเหลี่ยม หรือเอาน้ำเต้ามาติดหน้าประตูที่ตรงกัน จะลดความขัดแย้งที่จะ เกิดขึ้นกับคนสองห้องนั้นได้ อะไรทำนองนี้ คนรุ่นใหม่ค่อนข้างจะรับไม่ได้ เพราะไม่มีรากฐานของความเป็นเหตุเป็นผลอยู่เลย แต่ถ้าเรามองคำอธิบายในตำราฮวงจุ้ยโบราณจะให้เหตุผลไว้ว่า กระจกหัวสิงห์หรือ น้ำเต้า จะใช้เพื่อป้องกันวิญญาณร้ายได้


เพราะถนนที่พุ่งชน หรือประตูที่ตรงกันจะเป็นทางผ่านของวิญญาณที่จะมารบกวนคนในบ้านได้ คนที่ไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ เรื่องผี ก็คง จะส่ายหัวอมยิ้มและนึกในใจว่า "งมงายไร้สาระ" มองคนที่พูดเป็นเต่าล้านปีไป ความจริงแล้วการนำอุปกรณ์แก้เคล็ดมาใช้นั้น ไม่ถึงกับไร้สาระหรือเชื่อไม่ได้เสียทีเดียว เพราะถ้าเรามองในเชิงของหลักจิตวิทยา ถือว่าเป็นวิธีที่ได้ผลดีอย่างมาก

เพราะอย่างน้อยทำให้คนมีความสบายใจมากขึ้น รู้สึกว่าตัวเองได้แก้ไขสิ่งไม่ดีแล้ว ต่อไปจะได้ไม่ต้องมากังวลกับเรื่องนั้นๆอีก เมื่อไม่มีความกังวลใดๆเกิดขึ้น ผลเสียต่อการดำเนิน ชีวิตก็จะน้อยลงไปด้วย
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับการนำอุปกรณ์เหล่านี้มาแก้ฮวงจุ้ยก็คือ การสร้างความงงงายให้กับคนได้ เป็นการปลูกฝังให้คนเชื่อในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ นอกจากนี้

ยังเป็นการเปิดช่องให้พวกที่ต้องการหากินกับวิชาฮวงจุ้ย ให้เข้ามาในระบบ โดยการเอาวิชาฮวงจุ้ยบังหน้าแต่จุดประสงค์หลักต้องการขายอุปกรณ์แก้ฮวงจุ้ย เหล่านี้มากกว่า พูดง่ายๆ ต้องการทำเป็นธุรกิจมากกว่าจะนำวิชาฮวงจุ้ยมาใช้ให้เกิดประโยชน์จริงๆ



ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก : http://www.homedd.com/

ภาพประกอบจาก Photos.com

Sanook.commenu