ดูดวง ดวงความรัก ทํานายฝัน เซียมซี กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี ปีชง 2561 ศีล 5 พระเครื่อง ดูทีวี ดูดวง 2561 ปฏิทิน 2561

ดูดวง

เมนู

“9 กับดักการเงิน” ที่ทำให้คนเจน Y ไม่รวยซักที!

| เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0

S! Horoscope สนับสนุนเนื้อหา

เพราะเหตุใดรายได้ ถึงไม่สมดุลกับรายจ่าย

เพราะเหตุใด ทำไมบางท่านทำไมถึงไม่รวยสักที หรือเพราะพวกเขาอาจติด 9 กับดักทางการเงินอยู่ ซึ่ง 9 กับดักการทางการเงินนี้ที่ทำให้คน Gen Y ไม่รวยซักที ฉะนั้นหนุ่มสาวชาวเจน Y ทั้งหลายหรือไม่ว่า หรือไม่ว่าจะเจนไหนหากท่านลองอ่านบทความแล้ว มาดูกันสิว่าคุณติดกับดักข้อไหนกันอยู่ ที่ทำให้ชีวิตเรายังไม่ไปถึงไหน?!

1.หนี้มีนะ แต่ไม่จ่าย ใครจะทำไม?!!

ง่ายๆ นะเธอ จริงๆ แล้วหนี้เนี่ยเราสามารถสร้างได้ถ้าหนี้นั้นเป็น ‘หนี้ดี’ แล้วหนี้ดีคืออะไร? หนี้ดี คือ หนี้ที่เรามีแล้วสามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้มากกว่าและไม่ทำให้การใช้จ่ายของเราเสียสมดุล

 

2.งบการเงินคืออะไร? ช่างมันเหอะ!!

อย่าสับสนระหว่างการวางแผนหรือการทำงบการเงินกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายนะจ๊ะ เพราะงบการเงิน คือ การวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าและพยายามใช้จ่ายให้ได้ตามแผนที่วางไว้ แต่บัญชีรายรับ-รายจ่ายเป็นการจดบันทึกการใช้จ่ายทั้งหมด ‘ที่ผ่านมา’ เพราะฉะนั้นไม่เหมือนกันนะจ๊ะเธอๆ เพราะฉะนั้นงบการเงินจึงเป็นสิ่งที่เราควรทำไว้ เพราะจะทำให้เราวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้นะจ๊ะ

 

3.มีเงินเท่าไหร่ ใช้ให้หมด เดี๋ยวก็หาใหม่ได้


ไม่แปลกที่มนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนจะมีความคิดแบบนี้ในช่วงทำงานใหม่ๆ อาจจะเป็นเพราะเคยชินกับการที่ได้รับเงินเดือนทุกสิ้นเดือน และไม่ได้ประเมินถึงอนาคตข้างหน้าว่าถ้าระหว่างนั้นไม่มีงาน หรือเกิดทำงานไม่ได้ขึ้นมากะทันหันจะทำอย่างไร อีกทั้งเด็กจบใหม่ทั้งหลาย เมื่อหาเงินได้ด้วยตัวเอง ก็เริ่มรู้สึกว่าอยากใช้เงินอย่างอิสระ เพราะไม่ต้องขอพ่อแม่อีกต่อไปแล้ว แต่การใช้เงินแบบไม่มีลิมิตจะทำให้เราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ยิ่งรายได้เพิ่มขึ้น รายจ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว วิธีแก้ คือ การจดบันทึกรายจ่าย ฟังดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เรื่องง่ายๆ นี่แหละที่จะทำให้เรารู้ว่าเงินเดือนทั้งหมดของเราหายไปทางไหนบ้าง? มีเงินเก็บบ้างรึเปล่า? เพราะฉะนั้นการทำบันทึกรายจ่ายคือ หนึ่งในกุญแจการเงินที่สำคัญ

 

4.เน้นซื้อของถูกไว้ก่อน คุณภาพช่างมัน (เหรอ?)


จริงๆ แล้วการซื้อของอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการเปรียบเทียบระหว่าง “คุณภาพกับราคา” ของบางอย่างราคาถูกแต่ใช้ได้แค่ไม่กี่ครั้ง ก็พังแล้ว แต่ของบางอย่างราคาแพงกว่ากันนิดหน่อย แต่เปรียบเทียบแล้วสามารถใช้ได้นานกว่าหรือคุ้มค่ากว่า นั่นต่างหากล่ะถึงจะเรียกว่าซื้อได้ทั้งของถูกและดี!!!

 

5.ยังไม่แก่ซักหน่อย รีบเก็บเงินไปไหน?


เอิ่ม… ก่อนอื่นอยากแก้ความเข้าใจกันก่อนเลย การเก็บเงินเพื่อการเกษียณเนี่ยไม่ใช่ว่าต้องเริ่มทำตอนวัยใกล้เกษียณนะ (โดยเฉลี่ยคนไทยเริ่มออมเงิน เพื่อการเกษียณตอนอายุ 42 ปี!!!) อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญของการออมคือ ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี นั่นเพราะหากเราต้องการออมเงินซักก้อนเพื่อการเกษียณ หากเริ่มต้นออมตั้งแต่อายุ 30 ย่อมใช้เงินในการออมแต่ละครั้งน้อยกว่าการออมตอนอายุ 40 เพราะเงื่อนไขสำคัญก็คือระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังจะได้ดอกเบี้ยมากกว่าด้วย เพราะฉะนั้นเริ่มเลยสิคะ รออะไร!!


6.คิดว่ารวยได้แค่ออมเงินอย่างเดียว


ถ้าคุณทั้งหลายมีความหวังว่าต่อไปนี้ฉันจะรวย สิ่งที่คุณต้องคิดก็คือ การออมเพียงอย่างเดียวช่วยให้เรารวยไม่ได้นะจ๊ะ เพราะดอกเบี้ยที่กระจิดริดแต่เงินเฟ้อที่พุ่งยิ่งกว่า 4G แบบนี้บอกได้เลยว่าการออมไม่ช่วยจ้า
แล้วทำยังไงถึงจะรวย? คำตอบก็ คือ การนำเงินไปลงทุนนั่นเอง~ สิ่งสำคัญก่อนนำเงินไปลงทุนหรือทำธุรกิจในอะไรก็ตาม ตัวคุณต้องแน่ใจว่า คุณมีความรู้มากพอที่จะลงทุนหรือทำธุรกิจนะจ๊ะ เพราะไม่งั้นนี่คือความเสี่ยงระดับสูงสุดเลย

 

7.บัตรเครดิตใครๆ ก็มีกันทั้งนั้นแหละ


“บัตรเครดิต” เป็นการนำเงินในอนาคตของเรามาใช้ นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่คุณรูดบัตรนั่นคือเดือนหน้าคุณมีเงินเดือนน้อยลง แต่ถึงบอกไปใครหลายคนก็ไม่เชื่อเพราะการใช้บัตรเครดิตช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นมากกกก แต่หากคุณยังอยู่ในวัยที่เริ่มต้นทำงานการที่คุณเปิดบัตรเครดิตและจ่ายตรงตามกำหนดทุกครั้ง สิ่งที่ตามมาคือการเสนอขยายวงเงินในบัตรเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ช่วงอายุ 20 ปีก็ยังไม่ต้องรีบเปิดบัตรหรอกนะ ให้เราทำงานมาได้สักพักและบริหารการเงินได้ก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องนี้ดู ถ้าใครมีบัตรแล้วแต่อยากจำกัดวงเงินการใช้ของตัวเอง ก็ลองเปิดบัญชีแยกต่างหากไว้ ทุกครั้งที่รูดบัตรก็ให้โอนเงินจำนวนเข้าบัญชีนี้ เราจะได้รู้ว่าเหลือเงินที่ใช้ได้อีกเท่าไหร่แถมยังมีเงินที่จะชำระค่าบัตรแน่นอนค่ะ!!

 

8.ลงทุนแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง


เดี๋ยวก่อน!! ถึงจะมีเงินก้อนแล้วก็มีความตั้งใจจะนำเงินไปลงทุนก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ขอถามก่อนว่า ตอนนี้ตัวเองมีเงินสำรองฉุกเฉินแล้วรึยัง? ถ้าคำตอบคือ ‘ยัง’ งั้นเราขอให้คุณแตะเบรกการลงทุนเอาไว้ก่อน เพราะอะไรเราถึงต้องมีเงินสำรองฉุกเฉิน? นั่นก็เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน หากในระหว่างที่คุณนำเงินไปลงทุนแล้วเกิดเหตุเร่งด่วนจำเป็นต้องใช้เงินแต่คุณไม่มีเงินสดอยู่ในมือ อาจจะทำให้คุณต้องไปกู้เงินมาซึ่งทำให้ชีวิตของเราลำบากกว่าเดิมแทน เพราะฉะนั้นก่อนลงทุนอย่าลืมสำรองเงินฉุกเฉินเท่ากับรายจ่ายจำนวน 3-6 เดือนนะจ๊ะ

 

9.อายุแค่นี้ไม่ต้องทำประกันสุขภาพก็ได้


อาการเจ็บป่วยบางครั้งก็มาแบบไม่ทันตั้งตัวนะคะคุณ และการเข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้งก็ต้องเสียค่ารักษาไม่ใช่น้อยๆเลย แต่หากเรามีประกันสุขภาพก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงไปได้

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : Horosociety199

ภาพ : Horosociety199

Sanook.commenu