ดูดวง ดวงความรัก ทํานายฝัน เซียมซี กราฟชีวิต ไพ่ยิปซี ปีชง 2560 ศีล 5 พระเครื่อง ดูทีวี ฟังเพลง ปฏิทิน 2560

ดูดวง

เมนู

เรื่องลี้ลับในวังหลวง! “สิ่งลึกลับในสระอโนดาต”

| เปิดอ่าน | ความคิดเห็น 0

S! Horoscope สนับสนุนเนื้อหา

เหตุเกิดในสมัยรัชกาลที่ 5 พระราชวังสวนดุสิต

ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 พระราชวังสวนดุสิต ปลูกสร้างเสร็จใหม่ๆ ว่ากันว่าสวยงามราวเมืองสวรรค์ ภายรอบบริเวณพระราชวังอบอวลไปด้วยหมู่ไม้ดอก ไม้ผล ร่มรื่น ทั่วบริเวณพระราชวัง ผลหมากรากไม้ในพระราชวังแห่งนี้ออกดอก ออกผลลูกเล็กลูกใหญ่ เต็มไปหมด มีทั้งฝรั่ง ทับทิม มะม่วง กระท้อน ฯลฯ เมื่อผลไม้มีมากมายเช่นนี้ก็ย่อมเป็นที่ต้องการของชาววังมือดีทั้งหลาย ทั้งๆ ที่เป็นของที่อยู่ในเขตพระราชฐาน ผลไม้หลายๆ ต้นยังถูกสอยเอาไปรับประทานเป็นจำนวนไม่น้อยและเป็นประจำจนผิดสังเกต

แถมผลไม้หลายๆ ลูกยังพบร่องรอยของฟันแทะไว้เป็นหลักฐานอีกด้วย ครั้งนั้นเรื่องการขโมยผลไม้ในวังกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาด รัชกาลที่ 5 ต้องเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง และตรัสว่าไม่น่าจะใช่รอยฟันของกระรอก กระแต น่าจะเป็นรอยฟันของคนมากัดแทะเสียมากกว่า เห็นจะต้องหาตัวหัวขโมยมาลงโทษให้ได้ กระทั่งคืนหนึ่งเล่ากันว่าเป็นคืนเดือนมืด ทั่วทั้งพระราชวังเงียบสงัด แต่พวกชาววังก็ยังซุ่มล่าหัวขโมยอยู่เช่นเดิม ชาววังกลุ่มหนึ่งมาแอบซุ่มอยู่ใกล้ต้นฝรั่งซึ่งกำลังออกผลเต็มต้นใกล้จะสุกเก็บกินได้แล้ว และต้นนี้เองเป็นต้นเดียวกับที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เคยทอดพระเนตรพบรอยฟันแทะทิ้งไว้

จากภาพคือ พระตำหนักน้อยใหญ่ในพระราชวังดุสิต (พระที่นั่งอัมพรฯ)

ภาพด้านล่างคือภาพตัวอย่างประกอบ ที่เห็นคือบ่อน้ำในราชอุทยานเกาะสีชัง

คืนนั้นพอดึกสงัดก็ปรากฏว่ามีเสียงประหลาด พร้อมมีเงาดำๆวิ่งผ่านไปทางต้นฝรั่ง ทำให้ชาววังผู้ล่าหัวขโมยใจเต้นระทึก คาดว่าจะต้องเป็นหัวขโมยที่หวังจะจับแน่แล้ว จึงพากันแอบซุ่มมอง ทันใดก็เห็นเจ้าของร่างนั้นปีนขึ้นไปบนต้นฝรั่งนั่งกัดฝรั่งเคี้ยวกินอย่างกระหายหิว พวกล่าจับหัวขโมยพากันดีใจกรูเข้าไปล้อมรอบโคนต้นฝรั่ง หวังจะดูหน้าหัวขโมยให้ชัดๆซะที ต่างจึงพากันร้องเรียกขู่ให้หัวขมายลงมาจากต้นฝรั่ง เจ้านั่นก็ยังไม่ยอมลงมา

ร้องเรียกอยู่นานจนในที่สุดเงาดำบนต้นก็กระโดดตูมลงมา ข้าหลวงชายพากันตะครุบจับแต่ก็จับไม่ได้เพราะตัวลื่นเป็นเมือกแถมยังว่องไว ปราดเปรียว ผิดปกติมนุษย์ธรรมดา ฉับพลันทันใดก่อนที่ใครจะคาดคิดเจ้าหัวขโมยรายนี้ก็กระโจนพรวดเดียวลงไปในภายในพระราชวัง แล้วจมหายไม่ขึ้นมาอีกเลย แม้แต่หน้าก็ยังไม่มีใครได้เห็น มีสิ่งเดียวที่ทุกคนสัมผัสได้คือ กลิ่นตัวที่สาปรุนแรงเป็นเมือกติดตามมือตามตัว คล้ายกลิ่นคนตาย ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่หัวขโมยโดดหายลงไปในน้ำแล้ว ทุกคนจึงได้สติว่าถูก "ผีหลอก" แล้วพากันวิ่งหนีร้องเสียงดังลั่นขวัญกระเจิง

 

ข้อมูลและภาพประกอบจาก คลังประวัติศาสตร์ไทย

Sanook.commenu